Paylater ใช้ก่อน ผ่อนทีหลัง ดีจริงหรือกับดักหนี้ที่ต้องระวัง
Paylater ใช้ก่อน ผ่อนทีหลังกับดักความง่ายที่ทำให้คุณติดหนี้ไม่รู้ตัว
Paylater หรือ “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” เป็นบริการทางการเงินที่ช่วยให้การช้อปปิ้งและการใช้จ่ายเป็นเรื่องง่ายเพียงไม่กี่คลิก แม้ไม่มีเงินสดก็สามารถซื้อสินค้าและบริการได้ทันที แถมหลายแพลตฟอร์มยังโปรโมตว่า “ผ่อน 0%” หรือ “จ่ายสบาย ยอดเล็กน้อย” จึงยิ่งดึงดูดผู้ใช้งานจำนวนมาก
แต่ในความสะดวกสบายนี้เอง Paylater ก็เปรียบเสมือน ดาบสองคม หากขาดวินัยทางการเงิน อาจกลายเป็นกับดักหนี้ที่ค่อย ๆ สะสมโดยไม่รู้ตัว
Paylater คืออะไร? ทำงานอย่างไร
Paylater คือบริการสินเชื่อระยะสั้นที่ให้ผู้ใช้ ซื้อหรือใช้บริการก่อน แล้วค่อยผ่อนชำระภายหลังเป็นงวด ๆ โดยผู้ให้บริการจะอนุมัติวงเงินตามโปรไฟล์ผู้ใช้งาน และกำหนดงวดผ่อน เช่น 3, 6 หรือ 12 เดือน
จุดเด่นของ Paylater
- สมัครง่าย อนุมัติไว
- ไม่ต้องใช้สลิปเงินเดือน
- เหมาะกับผู้ที่ไม่มีบัตรเครดิต
- แบ่งจ่ายเป็นงวดเล็ก ๆ ลดภาระเงินก้อน
อย่างไรก็ตาม ความง่ายนี้เองที่ทำให้หลายคนมองข้าม ยอดหนี้รวมจริง ที่กำลังสะสมอยู่
กับดักความง่ายของ Paylater ที่ต้องระวัง
1. ใช้งานง่ายเกินไป จนเผลอใช้จ่ายเกินตัว
การสมัครและกดใช้งานเพียงไม่กี่ขั้นตอน ทำให้ตัดสินใจซื้อโดยไม่ทันคิดถึงภาระทางการเงินในอนาคต
2. ยอดเล็กสะสม กลายเป็นหนี้ก้อนใหญ่
ของหลักร้อยที่ผ่อนหลายครั้ง เช่น เสื้อผ้า อุปกรณ์เสริม หรือของใช้จุกจิก เมื่อรวมกันหลายรายการ อาจกลายเป็นภาระรายเดือนหลักพันหรือมากกว่านั้น
3. ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมแฝง
แม้จะโฆษณา “0%” แต่บางเงื่อนไขมีข้อจำกัด หากจ่ายล่าช้า หรือผ่อนเกินช่วงโปรโมชัน ดอกเบี้ยอาจสูงถึง 15–25% ต่อปี พร้อมค่าปรับรายครั้ง
4. เสี่ยงผิดนัดชำระ และกระทบเครดิตบูโร
การจ่ายช้า ไม่จ่าย หรือผิดนัดชำระ อาจถูกบันทึกข้อมูลไปยังเครดิตบูโร ส่งผลให้การขอสินเชื่อในอนาคต เช่น กู้บ้าน กู้รถ หรือบัตรเครดิต ทำได้ยากขึ้น
5. วินัยการเงินแย่ลง
Paylater คือการใช้เงินในอนาคตล่วงหน้า หากไม่มีการวางแผน อาจทำให้เงินสดไม่พอใช้ในชีวิตประจำวัน
ใครควรระวัง Paylater เป็นพิเศษ
- ผู้ที่มีรายได้ไม่แน่นอน
- ผู้ที่มีหนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่ออยู่แล้ว
- ผู้ที่ผ่อนหลายรายการพร้อมกัน
- ผู้ที่ไม่เคยวางแผนงบประมาณรายเดือน
หากอยู่ในกลุ่มนี้ Paylater อาจเพิ่มความเสี่ยงทางการเงินมากกว่าประโยชน์
วิธีใช้ Paylater ให้ปลอดภัย ไม่ตกเป็นทาสหนี้
- ใช้เฉพาะของจำเป็น ไม่ใช่ของตามใจ
- รวมยอดผ่อนทั้งหมดไม่เกิน 30–40% ของรายได้
- อ่านเงื่อนไขดอกเบี้ย ค่าปรับ และค่าธรรมเนียมให้ชัด
- จ่ายตรงเวลาเสมอ ตั้งแจ้งเตือนทุกงวด
- หากมีเงินก้อน ควรจ่ายก่อนกำหนดเพื่อลดดอกเบี้ย
- อย่าเปิดหลาย Paylater พร้อมกัน
หากเริ่มมีปัญหาหนี้ Paylater ควรทำอย่างไร
- รวบรวมยอดหนี้ทั้งหมดและวันครบกำหนด
- ตัดรายจ่ายฟุ่มเฟือยทันที
- ติดต่อผู้ให้บริการเพื่อขอคำแนะนำหรือปรับแผนชำระ
- ขอคำปรึกษาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น
ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) โทร. 1213
Paylater ใช้ได้ แต่ต้องคิดให้รอบคอบ
Paylater ไม่ใช่เรื่องผิด หากใช้ด้วยความเข้าใจและมีเงินพร้อมชำระจริง แต่หากใช้เพราะ “ง่าย” และ “อยากได้ตอนนี้” ยอดผ่อนเล็ก ๆ รวมกับดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมแฝง อาจค่อย ๆ กลายเป็นภาระหนี้ที่สะสมโดยไม่รู้ตัว ก่อนกดปุ่ม Paylater ทุกครั้ง ลองถามตัวเองว่า ถ้าต้องจ่ายเงินก้อนวันนี้ เรายังอยากซื้ออยู่ไหม?
ถ้าคำตอบคือ “ไม่” นั่นอาจเป็นสัญญาณว่า ปัญหาไม่ใช่ “อยากได้ของ” แต่คือ สภาพคล่องทางการเงินในกรณีที่จำเป็นต้องใช้เงินก้อนเพื่อค่าใช้จ่ายสำคัญ การเลือกทางออกที่เหมาะสมกว่า เช่น
สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ อาจช่วยให้คุณได้วงเงินก้อนเดียว วางแผนผ่อนชำระชัดเจน ดอกเบี้ยโปร่งใส
และไม่ต้องสร้างหนี้ยิบย่อยหลายรายการเหมือน Paylater เลือกทางออกทางการเงินให้เหมาะกับสถานการณ์ เพื่อให้เงินช่วยแก้ปัญหา ไม่ใช่สร้างภาระเพิ่มในอนาคต
บทความอื่นๆ
เงินไม่พอใช้กลางเดือน รถช่วยแก้ปัญหาได้ยังไง
เงินไม่พอใช้กลางเดือน แก้ยังไงดี? รู้จักวิธีใช้รถยนต์ช่วยแก้ปัญหา ทั้งรถแลกเงิน รีไฟแนนซ์ และสร้างรายได้เสริม พร้อมข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ
ข้อเท็จจริงที่ควรรู้ ก่อนคิดจะกู้นอกระบบ
ระวังก่อนคิดจะกู้นอกระบบ! ดอกเบี้ยโหด เสี่ยงถูกทวงหนี้รุนแรง และไม่มีสัญญาคุ้มครอง แนะนำทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า คือสินเชื่อทะเบียนรถยนต์และสินเชื่อทะเบียนรถยนต์ออนไลน์ อนุมัติง่าย ดอกเบี้ยต่ำ ถูกกฎหมาย
20 อาชีพหลังเกษียณ ทำอะไรดีให้มีเงินใช้ ไม่เครียด มีรายได้เสริม
รวม 20 อาชีพหลังเกษียณ ทำได้จริง เหมาะกับวัยเกษียณ มีรายได้เสริม ไม่หนักเกินไป ช่วยให้ชีวิตหลังเกษียณมั่นคงและมีความสุข