ข้าพเจ้า (“ผู้กู้”) มีความประสงค์ที่จะกู้ยืมเงินหรือขอสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ ประเภทสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน จาก บริษัท เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ จำกัด (มหาชน) (“ผู้ให้กู้”) ผู้กู้จึงตกลงกู้เงินหรือขอสินเชื่อตามที่ได้รับอนุมัติจากผู้ให้กู้ และยอมผูกพันตนและปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขสำหรับผู้กู้ ดังต่อไปนี้

  1. คำนิยาม
    1. “คำขอกู้เงิน” หมายความถึง การแสดงความประสงค์ขอกู้เงินหรือขอสินเชื่อของผู้กู้ โดยการ กรอกแบบฟอร์มใบคำขอกู้เงิน และยื่นต่อผู้ให้กู้ตามช่องทางและวิธีการที่ผู้ให้กู้กำหนด

    2. “ผู้กู้” หมายความถึง ผู้ที่มีความประสงค์จะกู้ยืมเงินหรือขอสินเชื่อ

    3. “ผู้ให้กู้” หมายความถึง บริษัท เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้ที่มีความประสงค์จะให้กู้ยืมเงินหรือให้สินเชื่อ ซึ่งได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ

    4. “รหัสเข้าใช้งาน” หมายความถึง บัญชีผู้ใช้ (username), รหัสผ่าน (password), PIN (Person Identification Number, ลายนิ้วมือ, ใบหน้า, เทคโนโลยีทางชีวภาพ (Biometric), รหัส OTP (One Time Password) หรือรหัสใด ๆ ของผู้กู้ซึ่งมีไว้เพื่อเข้าใช้งานระบบ ASN Finance หรือ ไม่ว่าจะเรียกด้วยชื่อใด ๆ และไม่ว่าผู้กู้จะเป็นผู้กำหนดเองหรือผู้ให้กู้เป็นผู้กำหนดให้ก็ตาม

    5. “อุปกรณ์ที่ใช้ทำรายการ” หมายถึง เครื่องคอมพิวเตอร์ และ/หรือโทรศัพท์มือถือ และ/หรือแท็บเล็ต (Tablet) และ/หรืออุปกรณ์หรือเครื่องมือชนิดอื่นใดที่ผู้ให้กู้กำหนดให้ผู้กู้สามารถใช้ในการเข้าใช้ระบบ ASN Finance ของผู้ให้กู้ได้

    6. “แอปพลิเคชัน” หมายถึง แอปพลิเคชันของผู้ให้กู้ซึ่งให้บริการระบบ ASN Finance แก่ผู้กู้โดยสามารถดาวน์โหลดได้ทาง App Store (สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ทำรายการซึ่งรองรับระบบปฏิบัติการไอโอเอส (iOS)) หรือ Play Store (สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ทำรายการซึ่งรองรับระบบปฏิบัติการ Android) หรือด้วยวิธีการอื่นใดตามที่ผู้ให้กู้กำหนด

    7. “ระบบ ASN Finance” หมายความถึง เว็บไซต์หรือระบบ สำหรับอำนวยความสะดวกให้ผู้กู้ได้รับการบริการ สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ

  2. การเข้าใช้บริการระบบ ASN Finance
    1. การสมัครเข้าใช้บริการ เมื่อผู้กู้ได้สมัครเข้าใช้บริการระบบ ASN Finance ของผู้ให้กู้ผ่านทางเว็บไซต์ หรือ Mobile Application หรือช่องทางอื่นใด และได้ทำการยืนยันตัวตนผ่านระบบแล้ว ให้ถือว่าการสมัครเข้าใช้งานเสร็จสมบูรณ์ และผู้กู้ตกลงยินยอมที่จะผูกพันตามข้อกำหนดนี้ตามที่มีอยู่ และที่จะได้มีการแก้ไขเป็นครั้งคราวในภายหลัง

    2. การเก็บรักษารหัสเข้าใช้งาน ผู้กู้ตกลงที่จะเก็บรักษารหัสเข้าใช้งานไว้เป็นความลับและไม่เปิดเผย หรือกระทำการใด ๆ ที่อาจทำให้ผู้อื่นทราบรหัสเข้าใช้งานดังกล่าว การเปิดเผยรหัสเข้าใช้งานให้แก่บุคคลใด ๆ ถือเป็นการปฏิบัติผิดข้อกำหนดและเงื่อนไขของผู้กู้ หากเกิดความเสียหายประการใดจากการเปิดเผยรหัสเข้าใช้งาน หรือจากการกระทำหรืองดเว้นการกระทำอันเป็นการประมาทเลินเล่อจนทำให้รหัสเข้าใช้งาน สูญหายหรือถูกใช้งานโดยบุคคลอื่น ผู้กู้ตกลงรับผิดชอบความเสียหายจากการนั้นทั้งสิ้น

    3. การเก็บรักษาอุปกรณ์ที่ใช้ทำรายการ ผู้กู้ตกลงเก็บรักษาอุปกรณ์ที่ใช้ทำรายการไว้เป็นอย่างดีและโดยปลอดภัย และจะไม่กระทำการใด ๆ หรืองดเว้นการกระทำใด ๆ ที่ทำให้หรืออาจทำให้อุปกรณ์ที่ใช้ทำรายการตกอยู่ในความครอบครองของบุคคลอื่น ทั้งนี้ ไม่ว่าจะได้ตั้งค่าอนุญาตให้สามารถเข้าระบบ ASN Finance ของผู้ให้กู้ไว้โดยอัตโนมัติหรือไม่ก็ตาม หากเกิดความเสียหายประการใดจากการที่อุปกรณ์ที่ใช้ทำรายการสูญหายจนทำให้อุปกรณ์ที่ใช้ทำรายการถูกใช้งานโดยบุคคลอื่น ผู้กู้ตกลงรับผิดชอบความเสียหายจากการนั้นทั้งสิ้น

    4. การกระทำโดยใช้รหัสเข้าใช้งาน ผู้กู้รับทราบและยอมรับว่าการกระทำใดที่ได้กระทำไปโดยการใช้รหัสเข้าใช้งานของผู้กู้แล้ว ให้ถือว่าถูกต้องสมบูรณ์นับตั้งแต่เวลาที่มีการยืนยันเข้าใช้บริการ ทำธุรกรรม หรือส่งคำสั่งใด ๆ และแม้ว่าจะได้กระทำโดยบุคคลอื่นก็ให้มีผลผูกพันผู้กู้เสมือนว่าได้กระทำโดยผู้กู้เอง รวมทั้งให้ถือว่าผู้กู้ได้ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ไว้ให้แก่ผู้ให้กู้เพื่อเป็นหลักฐานในการยอมรับข้อกำหนด ทำธุรกรรม หรือส่งคำสั่งใด ๆ โดยถูกต้องสมบูรณ์แล้ว ทั้งนี้ ผู้ให้กู้สามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวเป็นต้นฉบับเอกสารที่ใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ว่าผู้กู้ได้ทำธุรกรรมนั้นเพื่อใช้ในการดำเนินการทางกฎหมายได้ทุกประการ

    5. การปฏิเสธการให้บริการ ผู้ให้กู้มีสิทธิที่จะปฏิเสธการให้บริการระบบ ASN Finance แก่ผู้กู้ได้ หากผู้ให้กู้เห็นว่าคำสั่งที่กระทำผ่านรหัสเข้าใช้งานของผู้กู้มีความไม่ชัดเจน มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ได้กระทำโดยผู้กู้ หรือการดำเนินการตามคำสั่งนั้นอาจเป็นการฝ่าฝืนต่อเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด หรือฝ่าฝืนต่อหน้าที่ของผู้ให้กู้เอง

    6. การเปลี่ยนแปลงรหัสเข้าใช้งาน ผู้กู้สามารถเปลี่ยนแปลง หรือขอกู้คืน บัญชีผู้ใช้ (username), รหัสผ่าน (password) หรือ PIN (Person Identification Number) ได้ โดยปฏิบัติตามวิธีการและเงื่อนไขที่ผู้ให้กู้กำหนด

    7. การยกเลิกบัญชีผู้ใช้งาน ในกรณีที่ผู้กู้ประสงค์ที่จะยกเลิกบัญชีผู้ใช้งาน ผู้กู้สามารถดำเนินการได้โดยจัดส่งแบบฟอร์มคำขอมายังผู้ให้กู้ตามวิธีการที่ผู้ให้กู้กำหนด ทั้งนี้ ผู้ให้กู้จะอนุมัติคำขอยกเลิกบัญชีผู้ใช้ของผู้กู้ก็ต่อเมื่อผู้กู้ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ผู้ให้กู้กำหนดครบถ้วนแล้วเท่านั้น

  3. คำรับรองของผู้กู้

    ผู้กู้ขอรับรองต่อผู้ให้กู้ว่า

    1. ผู้กู้เป็นบุคคลธรรมดาที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปหรือบรรลุนิติภาวะแล้ว

    2. ผู้กู้เป็นผู้มีความสามารถและมีอำนาจตามกฎหมายที่จะเข้าทำและปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้ รวมทั้งกู้ยืมเงินผ่านระบบ ASN Finance ทุกประการ

    3. ผู้กู้จะต้องมีบัญชีสำหรับใช้งานแอปพลิเคชัน หมายเลขโทรศัพท์มือถือสำหรับใช้ในการยืนยันตัวตน และบัญชีเงินฝากกับธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยอย่างน้อย 1 บัญชี

    4. ผู้กู้เป็นผู้มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็นหลักแหล่ง หรือมีสถานที่ประกอบธุรกิจหรือสถานที่ทำงานเป็นหลักแหล่งถาวรในประเทศไทย

    5. ผู้กู้มิได้อยู่ระหว่างการถูกฟ้องร้องดำเนินคดีโดยผู้ใด หรืออยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าพนักงานตามกฎหมายอาญา

    6. ข้อมูลและเอกสารประกอบการสมัครใช้บริการระบบ ASN Finance ที่ผู้ให้กู้ได้รับจากผู้กู้นั้น ถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และไม่ทำให้ผู้อื่นสำคัญผิด ทั้งนี้ หากข้อมูลของผู้กู้มีการเปลี่ยนแปลง ผู้กู้ตกลงที่จะแจ้งข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงให้แก่ผู้ให้กู้ทราบภายใน 7 วันทำการ นับตั้งแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ซึ่งรวมถึงข้อมูลชื่อและนามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อาชีพ ตำแหน่ง จำนวนรายได้ ที่มาของรายได้ และลักษณะการประกอบธุรกิจของผู้กู้

  4. เงื่อนไขสำหรับการกู้ยืมเงิน

    ในการกู้ยืมเงินผ่านระบบ ASN Finance ผู้กู้รับทราบและตกลงปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

    1. ผู้กู้จะต้องยื่นคำขอกู้เงินซึ่งกรอกข้อมูลครบถ้วนและถูกต้องให้แก่ผู้ให้กู้ พร้อมทั้งจัดหาหลักประกันและแนบเอกสารประกอบตามที่ผู้ให้กู้ร้องขอ และคำขอดังกล่าวได้รับการพิจารณาอนุมัติจากผู้ให้กู้

    2. ผู้กู้รับทราบและตกลงปฏิบัติตามเงื่อนไขเรื่องวงเงินกู้ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย และ/หรือผู้ให้กู้กำหนด

  5. หน้าที่ของผู้ให้กู้
    1. พิจารณาสินเชื่อ ผู้ให้กู้พิจารณาคำขอกู้และกำหนดวงเงินอนุมัติที่เหมาะสม และสอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ โดยพิจารณาจากสถานะทางการเงินของผู้กู้และกระแสเงินสดที่คาดว่าจะได้รับจากมูลค่ารถที่มี การนำทะเบียนมาเป็นประกัน รวมถึงสภาพคล่องในการจำหน่ายรถดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้องกับความสามารในการชำระหนี้ของผู้กู้

    2. แจ้งผลการพิจารณาสินเชื่อ ผู้ให้กู้จะต้องแจ้งผลการพิจารณาสินเชื่อให้ผู้กู้ทราบ โดยทางระบบของผู้ให้กู้ทาง เว็บไซต์ หรือ Moblie Application หรือช่องทางอื่นใด ตามที่ผู้ให้กู้กำหนด

    3. จัดหาเงินกู้และทำสัญญากู้เงิน หลังจากผู้ให้กู้ได้พิจารณา และอนุมัติสินเชื่อ แก่ผู้กู้แล้ว ผู้ให้กู้จะดำเนินการจัดให้ผู้กู้เข้าทำสัญญากู้เงินก่อนที่จะ มีการโอนเงินกู้ให้แก่ผู้กู้ต่อไป

    4. การแก้ไขข้อมูล ผู้ให้กู้จะดำเนินการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลของผู้กู้เพื่อให้เป็นปัจจุบันตามที่ผู้กู้ร้องขอผ่านช่องทางที่ผู้ให้กู้กำหนด

    5. การเก็บรักษาหลักประกัน ในกรณีที่เป็นการให้กู้แบบมีหลักประกัน ผู้ให้กู้จะจัดให้มีกระบวนการและระบบเก็บรักษาหลักประกัน และ/หรือเอกสารแสดงสิทธิ์ในหลักประกันของผู้กู้

  6. ขั้นตอนการกู้เงิน
    1. การขอกู้เงินของผู้กู้ เมื่อผู้ให้กู้ได้รับคำขอกู้เงินจากผู้กู้แล้ว ผู้ให้กู้จะดำเนินการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นและจัดระดับความเสี่ยงของผู้กู้แต่ละรายโดยพิจารณาจากข้อมูลที่ปรากฏในคำขอกู้เงินหรือเอกสารอื่นใดที่ผู้กู้ได้จัดส่งให้แก่ผู้ให้กู้

    2. การจัดหาหลักประกัน ผู้ให้กู้มีสิทธิขอให้ผู้กู้จัดหาบุคคลเพื่อค้ำประกันเงินกู้ ผู้กู้ร่วม หรือ หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดจากผู้กู้ ทั้งนี้ ผู้กู้จะต้องจัดเตรียมและให้ข้อมูลเกี่ยวกับหลักประกันดังกล่าวก่อนที่ผู้ให้กู้จะดำเนินการอนุมัติสินเชื่อ

    3. การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อมูลในคำขอกู้เงิน ผู้กู้ยินยอมและรับทราบว่าผู้กู้สามารถขอแก้ไขข้อมูลในคำขอกู้เงินได้ก่อนที่คำขอกู้เงินจะได้รับอนุมัติจากผู้ให้กู้ และ ผู้กู้ไม่มีสิทธิขอแก้ไขคำขอกู้เงินของตนไม่ว่าด้วยเหตุอย่างใด

  7. สัญญากู้เงิน
    1. การจัดทำสัญญากู้เงิน เมื่อผู้ให้กู้แจ้งผลและรายละเอียดการกู้เงินให้ผู้กู้ทราบผ่านทางระบบ ASN Finance หรือ ด้วยวิธีการอื่นใด ตามที่ผู้ให้กู้กำหนด และผู้กู้ตกลงยอมรับการกู้เงินดังกล่าว โดยไม่สามารถยกเลิก เพิกถอนหรือ แก้ไขเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างใดได้ ทั้งนี้ ผู้ให้กู้จะดำเนินการประสานงานเพื่อให้ผู้กู้ลงนามในสัญญากู้เงินก่อนที่จะมี การโอนเงินกู้ให้แก่ผู้กู้ต่อไป ทั้งนี้การลงนามอาจจะเป็นการลงนามในเอกสารหรือการลงนามทางอิเลคทรอนิกส์ตามที่บริษัทกำหนด

    2. ระยะเวลาในการจัดหาหลักประกัน ในกรณีที่ผู้ให้กู้ได้ขอให้ผู้กู้จัดหาบุคคลเพื่อค้ำประกันเงินกู้ ผู้กู้ร่วม และ/หรือ หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดจากผู้กู้ ผู้กู้จะต้องจัดให้มีหลักประกันดังกล่าวและดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนหรือพร้อมกับการทำสัญญากู้เงิน

    3. การส่งมอบเงินกู้ เมื่อผู้กู้ได้ลงนามในสัญญากู้ และส่งมอบหลักประกัน หรือเอกสารแสดงสิทธิ์ในหลักประกัน เพื่อ ประกันการชำระหนี้ให้แก่ผู้ให้กู้แล้ว ผู้ให้กู้จะส่งมอบเงินกู้ให้แก่ผู้กู้โดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่ผู้กู้ได้แจ้งไว้แก่ผู้ให้ กู้ และ/หรือโอนเงินให้แก่บริษัทไฟแนนซ์หรือบริษัทลีสซิ่งเดิมเพื่อปิดบัญชีตามที่ตกลงกับผู้กู้ ทั้งนี้ ผู้ให้กู้สงวนสิทธิที่ จะพิจารณาระงับหรือจำกัดการส่งมอบเงินเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเนื่องจากเหตุอื่นใดที่กำหนดในสัญญากู้เงินได้

    4. การคำนวณดอกเบี้ยเงินกู้ ผู้ให้กู้จะเริ่มต้นคำนวณดอกเบี้ยเงินกู้จากผู้กู้ตั้งแต่วันที่ผู้กู้ได้รับหรือถือว่าได้รับเงินกู้ (ไม่ ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน) หรือวันที่ผู้ให้กู้โอนเงินให้แก่บริษัทไฟแนนซ์หรือบริษัทลีสซิ่งเดิมเพื่อปิดบัญชี แล้วแต่ว่าวัน ใดจะเกิดขึ้นก่อน จนถึงวันที่ผู้ให้กู้ได้รับชำระหนี้ตามสัญญากู้เงินครบถ้วน

  8. ค่าธรรมเนียม

    ผู้ให้กู้จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าบริการ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามรายการและอัตราที่ปรากฎในตารางแนบท้ายข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ ทั้งนี้ ผู้ให้กู้ขอสงวนสิทธิในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอัตราค่าธรรมเนียมและค่าบริการ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ดังกล่าว โดยผู้ให้กู้จะประกาศหรือเผยแพร่ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้แก่ผู้กู้ทราบผ่านทางระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ให้กู้ หรือโดยวิธีการอื่นใดตามที่ผู้ให้กู้กำหนด

  9. การชำระคืนเงินกู้
    1. จำนวนเงินและระยะเวลาการผ่อนชำระหนี้ ผู้กู้จะต้องผ่อนชำระหนี้ที่ถึงกำหนดชำระในแต่ละงวด (รายเดือน) ตามจำนวนเงินและภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญากู้ พร้อมกันนี้ หากมีค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายใดเกิดขึ้น ระหว่างรอบเดือน ผู้ให้กู้จะเรียกเก็บพร้อมกับจำนวนเงินที่ผ่อนชำระในแต่ละงวดด้วย โดยผู้กู้ต้องชำระเงินดังกล่าวเต็มจำนวนให้แก่ผู้ให้กู้ผ่านช่องทางที่ผู้ให้กู้กำหนด ทั้งนี้ ผู้กู้จะเริ่มผ่อนชำระหนี้งวดแรกเมื่อครบกำหนดระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่ผู้กู้ได้รับหรือถือว่าได้รับเงินกู้ หรือวันที่ผู้ให้กู้ได้ส่งมอบเงินให้กับบริษัทไฟแนนซ์หรือบริษัทลีสซิ่งเดิม แล้วแต่ว่ากรณีใดจะเกิดขึ้นก่อน โดยผู้ให้กู้จะแจ้งให้ผู้กู้ทราบล่วงหน้าถึงจำนวนเงินทั้งหมดที่ผู้กู้ต้องผ่อนชำระในแต่ละงวด อนึ่ง ผู้กู้สามารถตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวผ่านระบบ ASN Finance ของผู้ให้กู้ได้ตลอดเวลา

    2. ลำดับการชำระหนี้ ผู้กู้ตกลงให้ผู้ให้กู้นำเงินที่ได้รับจากผู้กู้ไปหักชำระหนี้ ตลอดจนภาษีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับหนี้ดังกล่าว ตามลำดับดังต่อไปนี้

      1. ดอกเบี้ยเงินกู้

      2. ต้นเงินกู้

      3. ภาษี เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และเงินจำนวนใด ๆ ที่ผู้กู้มีหน้าที่ต้องชำระให้แก่หน่วยงานของรัฐ (ถ้ามี)

      4. ค่าธรรมเนียม ค่าบริการ และค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่ผู้กู้มีหน้าที่ต้องชำระให้แก่ผู้ให้กู้ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ ทั้งนี้ ผู้ให้กู้อาจเปลี่ยนแปลงลำดับการหักชำระหนี้ได้ตามความเหมาะสม ซึ่งผู้ให้กู้จะแจ้งการเปลี่ยนแปลง ดังกล่าวให้ผู้กู้ทราบผ่านระบบ ASN Finance ของผู้ให้กู้ หรือโดยวิธีการอื่นใดตามที่ผู้ให้กู้กำหนด

    3. สิทธิชำระคืนต้นเงินกู้ทั้งหมด ผู้กู้มีสิทธิที่จะชำระคืนต้นเงินกู้ทั้งหมดก่อนครบระยะเวลาการกู้เงินที่กำหนดไว้ในสัญญาเพื่อปิดสัญญากู้เงินได้ แต่ทั้งนี้ ผู้กู้จะต้องชำระค่าบริการและ/หรือค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่ยังค้างชำระพร้อมกับการชำระคืนต้นเงินกู้ทั้งหมดเพื่อปิดสัญญา

    4. ประกันภัย กรณีที่มีการทำประกันชีวิตคุ้มครองวงเงินกู้ หรือประกันภัยหลักประกัน ผู้กู้ตกลงให้ผู้ให้กู้ เป็นผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ และให้สิทธิผู้ให้กู้นำเงินที่ได้รับไปหักชำระหนี้ของผู้กู้ที่มีต่อผู้ให้กู้ตามสัญญากู้เงิน ไม่ว่าจะถึงกำหนดชำระหรือไม่ก็ตาม หากมีเงินเหลือผู้ให้กู้จะส่งคืนให้แก่ผู้กู้ต่อไป

  10. การผิดนัด
    1. การแจ้งเตือน ผู้ให้กู้จะส่งข้อความเพื่อแจ้งเตือนเกี่ยวกับจำนวนเงินที่ผู้กู้จะต้องชำระในแต่ละงวดให้ผู้กู้ทราบล่วงหน้าก่อนถึงกำหนดชำระ โดยทางฟังก์ชันการแจ้งเตือน (Notification) ในแอปพลิเคชันหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ให้กู้ หรือ SMS หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) หรือโดยวิธีการอื่นใดตามที่ผู้ให้กู้กำหนด

    2. การผิดนัด เมื่อถึงกำหนดระยะเวลาชำระหนี้ในแต่ละงวดแล้ว หากผู้กู้ไม่ชำระหนี้ตามสัญญากู้เงินหรือชำระหนี้นั้นไม่ครบถ้วน จะถือว่าผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้ตามสัญญากู้เงินนั้นทั้งหมด

    3. การติดตามทวงถามหนี้ ผู้ให้กู้จะเริ่มติดตามทวงถามหนี้จากผู้กู้นับแต่วันที่พ้นกำหนดระยะเวลาชำระหนี้ โดยผู้ให้กู้จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าบริการ และค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามหนี้ตาม ตารางแนบท้ายข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้

    4. การบอกกล่าวบังคับหลักประกัน ผู้ให้กู้จะจัดส่งหนังสือบอกกล่าวบังคับหลักประกันไปยังผู้กู้ในนามของผู้ให้กู้ โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ หรือโดยวิธีการอื่นใดตามที่ผู้ให้กู้กำหนด เมื่อปรากฏแก่ผู้ให้กู้ว่าผู้กู้ได้ผิดนัดชำระหนี้เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่ากำหนดเวลาดังต่อไปนี้ หรือเมื่อเกิดเหตุอื่นใดที่อาจบังคับหลักประกันได้ตามที่กำหนดในสัญญากู้เงิน

      (ก) หากผู้กู้ไม่เคยชำระหนี้แก่ผู้ให้กู้ เมื่อครบกำหนดระยะเวลา 60 วัน นับแต่วันที่หนี้ถึงกำหนดชำระ

      (ข) หากผู้กู้เคยชำระหนี้ตามกำหนดระยะเวลาในแต่ละงวด แต่ผิดนัดชำระหนี้ในภายหลัง เมื่อครบกำหนดระยะเวลา 90 วัน นับแต่วันที่หนี้ถึงกำหนดชำระ

    5. การบังคับหลักประกัน เมื่อผู้ให้กู้ได้จัดส่งหนังสือบอกกล่าวบังคับหลักประกันไปยังผู้กู้แล้ว หากผู้กู้ไม่ชำระหนี้จนครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้ให้กู้จะดำเนินการติดตามเพื่อบังคับหลักประกันโดยวิธีการขายทอดตลาด

    6. การฟ้องร้องดำเนินคดี ภายหลังการบังคับหลักประกัน หากได้รับชำระหนี้แล้วยังขาดอีกเป็นจำนวนเท่าใด ผู้กู้ยินยอมและรับทราบว่าผู้ให้กู้สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีต่อผู้กู้ต่อไปได้

  11. บททั่วไป
    1. ข้อมูล ข้อมูลในระบบ ASN Finance ของผู้ให้กู้นั้นจัดทำขึ้นสำหรับบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้เท่านั้นทั้งนี้ ผู้ให้กู้ไม่มีจุดประสงค์ที่จะเผยแพร่ เปิดเผย หรือสนับสนุนให้บุคคลหรือหน่วยงานใดนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้งานซึ่งอาจเป็นการขัดต่อกฎหมาย

    2. การโอนสิทธิและหน้าที่ของผู้ให้บริการ ผู้ให้กู้อาจโอนสิทธิ หน้าที่ และ/หรือภาระผูกพันใด ๆ ตามข้อกำหนดนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ให้แก่บุคคลภายนอกได้โดยไม่ต้องขอความยินยอมจากผู้กู้

    3. ความไม่สมบูรณ์แยกส่วน หากข้อความส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อกำหนดนี้เป็นโมฆะหรือใช้บังคับไม่ได้ตามกฎหมายให้ถือว่าข้อกำหนดส่วนอื่น ๆ ที่สมบูรณ์แยกออกจากส่วนที่เป็นโมฆะนั้นและมีผลใช้บังคับได้

    4. การผ่อนผัน การผ่อนผันของผู้ให้กู้ครั้งหนึ่งครั้งใดให้ถือเป็นการผ่อนผันแต่เฉพาะครั้งนั้น โดยไม่ให้ถือเป็นการผ่อนผันคราวอื่นหรือเป็นเหตุแห่งการผ่อนผันคราวอื่น

    5. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อกำหนด ผู้ให้กู้สงวนสิทธิในการแก้ไข เพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดนี้ได้ตามความเหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ผู้กู้ทราบล่วงหน้า อย่างไรก็ดี หากการแก้ไข เพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงมีผลทำให้ผู้กู้เสียประโยชน์ ผู้ให้กู้จะแจ้งให้ผู้กู้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนการบังคับใช้ โดยวิธีการและช่องทางที่ผู้ให้กู้กำหนด โดยให้ถือว่าการแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ด้วย

    6. การติดต่อสื่อสารและการส่งคำบอกกล่าว ผู้กู้ยอมรับว่าในการจัดส่งข้อมูลให้แก่ผู้กู้ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำธุรกรรมใด ๆ ระหว่างผู้กู้ และ ผู้ให้กู้ หรือบุคคลที่ผู้ให้กู้กำหนด (แล้วแต่กรณี) โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) หรือช่องทางการสื่อสารอื่นใด ย่อมมีผลผูกพันและมีผลบังคับใช้ได้ตามกฎหมาย รวมทั้งสามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในกระบวนพิจารณาตามกฎหมายได้บรรดาหนังสือ จดหมาย หรือคำบอกกล่าวใด ๆ ที่ผู้ให้กู้ได้ส่งให้แก่ผู้กู้ตามที่อยู่ที่ได้แจ้งไว้แก่ผู้ให้กู้ ไม่ว่าจะเป็นการส่งโดยวิธีการใด และไม่ว่าจะได้จัดส่งด้วยตนเองหรือไม่ ให้ถือว่าได้ส่งแก่ผู้กู้โดยชอบแล้วโดยไม่ต้องคำนึงว่ามีผู้รับหรือไม่ และแม้ว่าส่งให้ไม่ได้เพราะย้ายที่อยู่โดยไม่ได้แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ให้กู้ทราบ หรือส่งให้ไม่ได้เพราะหาที่อยู่ตามที่ระบุไว้นั้นไม่พบก็ดี ให้ถือว่าผู้กู้ได้รับและทราบหนังสือ จดหมาย หรือคำบอกกล่าวนั้นแล้วโดยชอบ

    7. เหตุสุดวิสัย ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย หรือเหตุอื่นใดที่ทำให้ผู้ให้กู้ไม่สามารถให้บริการตามข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ได้ ผู้กู้ตกลงให้ผู้ให้กู้พิจารณาดำเนินการได้ตามที่เห็นสมควร เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้

    8. กรณีพบข้อผิดพลาด หากผู้กู้พบความบกพร่องหรือความผิดพลาดใด ๆ ของระบบ ASN Finance สามารถติดต่อผู้ให้กู้ได้ที่ www.asnfinance.com หรือหมายเลขโทรศัพท์ 0-2494-8389

    9. กฎหมายที่ใช้บังคับ ข้อกำหนดนี้ให้ใช้บังคับและตีความตามกฎหมายไทย และให้ศาลไทยเป็นศาลที่มีเขตอำนาจในการพิจารณาข้อพิพาทที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการใช้บริการระบบ ASN Finance ตามข้อกำหนดนี้